กลุ่มประสานงานเพื่อการเตือนภัย (เขากะลา)

วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เขากะลา - ไปเมืองลับแล


จุดที่ตีกรอบสี่เหลี่ยมห่างจากหน้าองค์พระจากรูปถ่าย
คือจุดเชื่อมต่อเมืองลับแล
อ.mountainเล่าประสบการณ์เมืองลับแล และมิติพิศวงศ์บนเขากะลา:


ตอน ตีสาม ผมกับคุณปิรามิด และคุณศศะ ได้ชวนกันไปนั่งสมาธิที่ลานเมืองลับแล โดยกล่าวขออนุญาต ท่านเจ้าเมืองลับแล ขอเยี่ยมชมเมืองของท่าน หลังจากนั้นทุกคนก็นั่งทำสมาธิจิต นิ่งสงบ

ไม่นาน รู้สึกมีตัวอะไรไม่ทราบยาวมากๆ ลำตัวคล้ายงู หัวไม่เหมือนงู มีหัวแหลมๆ แต่ก็ไม่เหมือนพญานาคที่เราจินตนาการวาดขึ้นมา

เหมือนสัตว์โลกทั่วไป แต่มีลักษณะแปลกไม่เคยเห็นมาก่อนบนโลกนี้
งูลำตัวยาว โยกไปโยกมา คิดว่าคงเป็นเจ้าที่เจ้าทางที่เราจะขอผ่านเข้าชมเมืองมั๊ง เลยกล่าวขอออกไป สักครู่ท่านพญางู ก็หายไป

ภาพ ที่ปรากฏต่อมา คือ ภูเขา สายน้ำลำธารเล็กๆ ริมลำธาร มีสัตว์สองขา ตัวเล็กๆ เหมือนลูกเป็ด แต่ปากไม่แบน ตัวสีเหลือง น่าจะเป็นพันธุ์ผสม
ระหว่างเป็ดกับไก่ (ตัวเหมือนเป็ด ปากเหมือนไก่)


ภาพถัดมา เห็นเป็นอาคารทรงกระบอกสูงมาก ปลายมนโค้ง
บน ปลายมนโค้ง เหมือนมีการก่อสร้างวัตถุสีเงิน เหมือนอุปกรณ์ดาวเทียม ถัดมา มองเห็นหลังคาบ้านที่ปลูกอยู่เป็นกลุ่ม หลังคาทรงสามเหลี่ยม สีน้ำตาลอ่อน แปลกอย่างคือ ไม่ยักเห็นผู้คน หรือเขาจะสร้างไว้ เพื่อรองรับพวกเราอพยพเข้าไปอยู่

เห็นได้พอสมควรแก่เวลา รู้สึกเกรงใจท่านเจ้าเมืองลับแล
ความเกรงใจแบบปู่เย็น เฒ่าทรนง เกิดขึ้นมาดื้อๆ เลยต้องรีบขออำลา
ถอยออกมา อีกอย่างกลัวติดใจไม่ได้กลับ 555+

หลัง จากเข้าเยี่ยมชมเมืองลับแลแล้ว พวกเราก็ย้ายกันมานั่งที่ลานกองบัญชาการมนุษย์ต่างดาว ตามคำแนะนำของพี่สุดใจ ที่ว่า ไหนๆมาแล้วก็นั่งให้ครบ

หลังจากนั่งเข้าที่เข้าทางแล้ว ก็กล่าวคำขออนุญาตตามธรรมเนียมต่อเจ้าของสถานที่

ไม่เกิน 20 นาที ก็ปรากฏให้เห็นกองทัพมนุษย์ต่างดาว
สวมชุดสีเทาเข้มตัวใหญ่ แต่ศีรษะเล็กมาก เดินผ่านมาให้เห็นแบบสวนสนามกันมา


ถัดไป เป็นภาพจานบินทรงค้างคาว สีเทาๆ บินมาโชว์ตัวให้เห็น

ลืมเล่าไปว่า ภาพแรกที่เห็น เป็นอาคารทันสมัย มีเส้นแสงพาดผ่านเป็นวงโค้งตัดกันไปมา

ด้วยความเกรงใจตามแบบฉบับปู่เย็นก็บังเกิดขึ้นมาอีก
ผมจึงต้องรีบอำลาจากออกมา อีกเช่นเคย





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น